Custom Software Development
รับพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการขององค์กร
ถ้าโจทย์ขององค์กรไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปตัวใด เรารับออกแบบและพัฒนาระบบเฉพาะทางให้ ตั้งแต่เก็บกระบวนการจริง เชื่อมกับ API และฐานข้อมูลเดิม ไปจนถึงส่งมอบและดูแลต่อ
- เริ่มจากกระบวนการจริง ไม่ได้เริ่มจากรายการฟีเจอร์
- เชื่อมกับ API, Database และระบบเดิมที่องค์กรใช้อยู่
- ขอบเขตงานและสิ่งที่ส่งมอบระบุไว้ในสัญญาก่อนเริ่มงาน
- 1
คุยโจทย์และประเมินความเป็นไปได้
เก็บกระบวนการปัจจุบัน ระบบเดิมที่ต้องเชื่อม และข้อจำกัด แล้วสรุปเป็นขอบเขตงานพร้อมกรอบเวลาและค่าใช้จ่าย
- 2
ออกแบบและทำต้นแบบให้ดูก่อน
ออกแบบ Workflow, หน้าจอ, Data Model และสิทธิ์ผู้ใช้ แล้วให้ผู้ใช้จริงดูต้นแบบก่อนลงมือพัฒนา
- 3
พัฒนา ทดสอบ ส่งมอบ และดูแลต่อ
พัฒนาเป็นรอบ ให้ผู้ใช้ทดสอบใน UAT ขึ้นระบบจริง แล้วเข้าสู่ช่วง Support ตามข้อตกลง
รับพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการคืออะไร
รับพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการ หรือ Custom Software Development คือบริการออกแบบและพัฒนาระบบเฉพาะขององค์กร สำหรับโจทย์ที่ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปตอบไม่ได้ ครอบคลุมตั้งแต่ Web Application, ระบบหลังบ้าน, Portal สำหรับคู่ค้าและลูกค้า, API และการเชื่อมต่อระหว่างระบบ ไปจนถึงการต่อยอด AI และ Workflow เข้ากับกระบวนการเดิม โดยเริ่มจากขั้นตอน Discovery เพื่อกำหนดขอบเขตและประเมินงานร่วมกันก่อนเสมอ
ปัญหาที่พบบ่อย
ถ้าองค์กรของคุณกำลังเจอสถานการณ์เหล่านี้ ระบบสำเร็จรูปอาจไม่ใช่คำตอบ
- มีกระบวนการเฉพาะของธุรกิจที่ไม่มีซอฟต์แวร์สำเร็จรูปตัวไหนรองรับได้ครบ
- ซื้อระบบสำเร็จรูปมาแล้วต้องดัดวิธีทำงานเข้าหาระบบ จนคนไม่ยอมใช้
- ข้อมูลกระจายอยู่หลายระบบ แต่ไม่มีตัวกลางที่เชื่อมให้คุยกันได้
- ทีมใช้ Excel และไฟล์ร่วมกันจนเริ่มควบคุมเวอร์ชันและสิทธิ์ไม่ได้
- อยากต่อยอด AI หรือ Workflow เข้ากับงานเดิม แต่ระบบเดิมยังไม่มี API
- จ่ายค่า License ให้ฟีเจอร์จำนวนมากที่องค์กรไม่ได้ใช้
รับพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการ แก้ปัญหานี้อย่างไร
เราไม่ได้เริ่มจากการถามว่าอยากได้ฟีเจอร์อะไร แต่เริ่มจากการดูว่าองค์กรทำงานอย่างไรจริง
ขอบเขตชัดก่อนเขียนโค้ด
Discovery และ Design จบก่อนเสมอ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะได้อะไร ภายในเวลาเท่าใด และอะไรอยู่นอกขอบเขต
ต่อยอดจากสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว
ส่วนที่ใช้ซ้ำได้อย่าง Approval Flow, Audit Trail, Role & Permission หรือ AI Gateway นำจากผลิตภัณฑ์เดิมมาใช้ต่อ ทำให้ไม่ต้องสร้างใหม่ทั้งหมด
ส่งมอบให้ดูแลต่อได้
ส่งมอบพร้อมเอกสารระบบและคู่มือ เพื่อให้ทีมขององค์กรหรือผู้พัฒนารายอื่นรับช่วงต่อได้
สิ่งที่ควรเตรียมมาคุยครั้งแรก
ไม่ต้องมีเอกสารสเปก มีแค่หกข้อนี้ก็ประเมินขอบเขตเบื้องต้นร่วมกันได้แล้ว
- กระบวนการที่อยากแก้ อธิบายเป็นขั้นตอนที่ทำอยู่จริงในวันนี้
- ใครเกี่ยวข้องบ้าง และแต่ละคนต้องเห็นหรือทำอะไรได้
- ระบบเดิมที่ต้องเชื่อม และรู้หรือไม่ว่ามี API หรือเข้าถึงฐานข้อมูลได้
- ตัวอย่างเอกสารหรือไฟล์ที่ใช้อยู่ เช่น Excel หรือแบบฟอร์ม
- กรอบเวลาที่อยากได้ใช้งาน และข้อจำกัดด้านงบประมาณ
- สิ่งที่ถือว่าสำเร็จ วัดจากอะไร
ขั้นตอนการทำงาน
- 01
คุยโจทย์และประเมินความเป็นไปได้
เก็บกระบวนการปัจจุบัน ระบบเดิมที่ต้องเชื่อม และข้อจำกัด แล้วสรุปเป็นขอบเขตงานพร้อมกรอบเวลาและค่าใช้จ่าย
- 02
ออกแบบและทำต้นแบบให้ดูก่อน
ออกแบบ Workflow, หน้าจอ, Data Model และสิทธิ์ผู้ใช้ แล้วให้ผู้ใช้จริงดูต้นแบบก่อนลงมือพัฒนา
- 03
พัฒนา ทดสอบ ส่งมอบ และดูแลต่อ
พัฒนาเป็นรอบ ให้ผู้ใช้ทดสอบใน UAT ขึ้นระบบจริง แล้วเข้าสู่ช่วง Support ตามข้อตกลง
ความสามารถหลัก
สิ่งที่ รับพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการ ทำได้ในการใช้งานจริง
Web Application
ระบบที่ใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ รองรับการใช้งานบนมือถือ พร้อมระบบผู้ใช้และสิทธิ์
ระบบหลังบ้านและ Internal Tool
เครื่องมือภายในสำหรับทีมปฏิบัติงาน แทนการทำงานด้วย Excel และไฟล์ที่ส่งต่อกัน
API และ System Integration
สร้าง API หรือชั้นกลางที่เชื่อมระบบเดิมหลายตัวให้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้
Data และ Reporting
รวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเป็นรายงานและหน้าสรุปที่ผู้บริหารใช้ตัดสินใจได้
ต่อยอด AI และ Workflow
นำ AI Gateway, Approval Flow หรือ Automation ที่เรามีอยู่มาต่อเข้ากับระบบที่พัฒนาใหม่
Migration จากระบบเดิม
ย้ายข้อมูลจากระบบหรือไฟล์เดิม พร้อมตรวจสอบความถูกต้องก่อนใช้งานจริง
Maintenance และ Support
ดูแลระบบหลัง Go Live แก้ไขปัญหา และพัฒนาเพิ่มเติมเป็นรอบตามข้อตกลง
ผลลัพธ์ทางธุรกิจ
ระบบตรงกับวิธีทำงานจริง
ไม่ต้องดัดกระบวนการขององค์กรเข้าหาซอฟต์แวร์ คนจึงยอมใช้จริงตั้งแต่วันแรก
จ่ายเฉพาะสิ่งที่ใช้
ไม่มีค่า License สำหรับฟีเจอร์ที่องค์กรไม่ได้ใช้ ขอบเขตงานกำหนดร่วมกันตั้งแต่ต้น
ขยายต่อได้เมื่อธุรกิจเปลี่ยน
เพิ่มโมดูลหรือจุดเชื่อมต่อใหม่ได้ โดยไม่ต้องรอรอบอัปเดตของผู้ขายรายอื่น
ไม่ถูกล็อกไว้กับผู้พัฒนารายเดียว
ส่งมอบพร้อมเอกสารระบบ ส่วนสิทธิในซอร์สโค้ดกำหนดร่วมกันไว้ในสัญญาก่อนเริ่มงาน
กรณีการใช้งาน
- ระบบเฉพาะทางของธุรกิจ
- กระบวนการที่เป็นจุดต่างของบริษัท และไม่มีซอฟต์แวร์สำเร็จรูปในตลาดรองรับได้ครบ
- ตัวกลางเชื่อมหลายระบบ
- ชั้นกลางที่ดึงข้อมูลจากระบบบัญชี ระบบคลัง และระบบขาย มารวมให้ใช้งานต่อได้
- แทนที่ Excel ที่โตเกินตัว
- ไฟล์ที่หลายคนแก้พร้อมกันจนควบคุมเวอร์ชันและสิทธิ์ไม่ได้ ย้ายเข้าระบบที่มี Audit Trail
- Portal สำหรับคู่ค้าหรือลูกค้า
- ช่องทางให้ผู้ใช้ภายนอกยื่นเอกสาร ติดตามสถานะ และรับการแจ้งเตือน โดยแยกสิทธิ์จากผู้ใช้ภายใน
- ต่อยอด AI เข้ากับระบบเดิม
- เพิ่มความสามารถด้าน AI ให้ระบบที่ใช้อยู่ โดยสร้าง API และชั้นเชื่อมต่อขึ้นมาก่อน
การเชื่อมต่อระบบ
งานพัฒนาส่วนใหญ่คือการทำให้ระบบใหม่คุยกับของเดิมได้ ไม่ใช่การรื้อของเดิมทิ้ง
ช่องทางใช้งาน
- Web Application
- Responsive บนมือถือ
- LINE OA
เบื้องหลัง
- REST API
- ฐานข้อมูลองค์กร
- งานตามกำหนดเวลา
- Webhook
ระบบเดิม
- ERP
- ระบบบัญชี
- ระบบงานบุคคล
- ระบบภายในอื่น
ต่อยอดกับผลิตภัณฑ์ของเรา
- Corporate AI Platform
- WAMS
- Billing Mission
Security & Governance
เขียนเป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่คำโฆษณา ขอบเขตของแต่ละโครงการระบุไว้ในเอกสารสัญญา
- ขอบเขตงาน สิ่งที่ส่งมอบ และสิ่งที่อยู่นอกขอบเขต ระบุไว้ในเอกสารสัญญาก่อนเริ่มงาน
- สิทธิในซอร์สโค้ดและข้อมูลกำหนดร่วมกันตั้งแต่ต้นโครงการ
- ออกแบบ Role-based Access และ Audit Trail เข้าไปในระบบตั้งแต่ขั้น Design
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบบประมวลผลจัดการตามหลักการ PDPA
- ส่งมอบเอกสารระบบและคู่มือใช้งาน เพื่อให้รับช่วงดูแลต่อได้
ขั้นตอนการนำระบบไปใช้
ทุกโครงการเดินตามลำดับเดียวกัน ตั้งแต่เก็บกระบวนการจนถึงส่งมอบ
1. Discovery
เก็บกระบวนการปัจจุบัน
สำรวจขั้นตอนจริง ผู้เกี่ยวข้อง เอกสาร และระบบเดิมที่ต้องเชื่อมต่อ สรุปเป็น Scope ที่ตกลงร่วมกัน
2. Design
ออกแบบ Workflow และสิทธิ์
กำหนดผัง Process, Role & Permission, Data Model และจุดเชื่อมต่อ ก่อนเริ่มพัฒนา
3. Integration
เชื่อมระบบและตั้งค่า
ตั้งค่าระบบ เชื่อม API, Database และ Identity ขององค์กร พร้อมย้ายข้อมูลตั้งต้น
4. UAT
ทดสอบกับผู้ใช้จริง
ให้ผู้ใช้จริงทดสอบตาม Scenario ที่ตกลงไว้ แก้ไขตาม Feedback และยืนยันผลการทดสอบ
5. Go Live
ขึ้นระบบและส่งมอบ
ขึ้นระบบจริง อบรมผู้ใช้ ส่งมอบเอกสาร และเข้าสู่ช่วง Support ตามข้อตกลง
อย่าสับสนกับผลิตภัณฑ์ข้างเคียง
- WAMS
ถ้าโจทย์คืองานขออนุมัติทั่วไป ใช้ WAMS ที่พร้อมใช้งานจะเร็วและคุ้มกว่าการพัฒนาใหม่
- Billing Mission
ถ้าโจทย์คืองานรับวางบิลจาก Vendor ระบบนี้ครอบคลุมอยู่แล้ว ไม่ต้องสั่งทำใหม่
- Corporate AI Platform
ถ้าโจทย์คือการเปิดให้ทั้งองค์กรใช้ AI ภายใต้การควบคุม ใช้ Platform ที่มีอยู่แล้วได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
ต่างจากการซื้อผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปของ Smart Medtech อย่างไร
ถ้าโจทย์ตรงกับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วอย่าง WAMS หรือ Billing Mission การใช้ของสำเร็จรูปจะเร็วกว่าและคุ้มกว่า เพราะระบบผ่านการใช้งานจริงมาแล้ว ส่วนบริการพัฒนาตามความต้องการเหมาะกับกรณีที่กระบวนการเป็นลักษณะเฉพาะ หรือต้องเชื่อมหลายระบบในแบบที่ยังไม่มีใครทำไว้ ทีมงานจะบอกตรงๆ ในขั้น Discovery ว่าเคสของคุณควรใช้ทางไหน
ประเมินราคาและระยะเวลาอย่างไร
ประเมินจากขอบเขตงานที่ตกลงกันหลังขั้นตอน Discovery ไม่ใช่จากจำนวนหน้าจอเพียงอย่างเดียว เพราะงานเชื่อมต่อระบบเดิมมักเป็นส่วนที่ใช้เวลามากที่สุด เราจะไม่ให้ตัวเลขก่อนเห็นกระบวนการจริง เพราะจะกลายเป็นตัวเลขที่ต้องแก้ทีหลัง
เริ่มจากโครงการเล็กก่อนได้ไหม
ได้ และเป็นแนวทางที่เราแนะนำ เริ่มจากกระบวนการเดียวที่วัดผลได้ชัด ขึ้นระบบจริง แล้วค่อยขยายเป็นรอบถัดไป ทำให้เห็นผลเร็วและลดความเสี่ยงของโครงการใหญ่
ซอร์สโค้ดเป็นของใคร
กำหนดร่วมกันในสัญญาก่อนเริ่มงาน เรารองรับทั้งกรณีที่องค์กรต้องการเป็นเจ้าของซอร์สโค้ด และกรณีที่ใช้แบบมีสิทธิ์ใช้งาน เงื่อนไขจะระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ
ถ้าระบบเดิมไม่มี API จะเชื่อมได้ไหม
ส่วนใหญ่ทำได้ โดยอาจสร้างชั้นกลางที่อ่านเขียนกับฐานข้อมูลโดยตรง ใช้การแลกเปลี่ยนไฟล์ตามรอบ หรือพัฒนา API ขึ้นครอบระบบเดิม ความเป็นไปได้และวิธีที่เหมาะสมจะประเมินในขั้น Discovery
หลังขึ้นระบบแล้วดูแลต่อไหม
มีช่วง Support หลัง Go Live ตามข้อตกลง และรับพัฒนาเพิ่มเติมเป็นรอบได้ ขอบเขตการดูแลและเวลาตอบกลับจะระบุไว้ในสัญญา
รับงานขนาดเท่าไร
รับตั้งแต่เครื่องมือภายในทีมเดียว ไปจนถึงระบบที่ใช้ทั้งองค์กรและเชื่อมหลายระบบ หากโจทย์เล็กเกินกว่าจะคุ้มกับการพัฒนาใหม่ เราจะแนะนำทางเลือกอื่นให้แทน
ใช้เทคโนโลยีอะไร
เลือกตามโจทย์และความสามารถของทีมที่จะดูแลต่อ โดยยึดเทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐานและหาคนดูแลได้ มากกว่าเครื่องมือเฉพาะทางที่ผูกองค์กรไว้กับผู้พัฒนารายเดียว
